Blog

  • 5 สิ่งที่ต้องเช็คก่อนจองที่พักริมทะเล ไม่ให้ทริปพังเพราะภาพในเว็บหลอกตา

    5 สิ่งที่ต้องเช็คก่อนจองที่พักริมทะเล ไม่ให้ทริปพังเพราะภาพในเว็บหลอกตา

    จองที่พักริมทะเลทีไร เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ดูรูปในเว็บแล้วสวยจนใจฟู แต่พอไปถึงจริงกลับไม่ใช่แบบที่คิดไว้เลย บางที่ห้องเล็กกว่าที่เห็น บางที่ทำเลไม่ได้ติดทะเลอย่างที่โฆษณา หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างเสียงดังจากถนนที่ไม่มีใครบอกไว้ล่วงหน้า

    พี่ดีเองก็เคยพลาดมาหลายรอบ เลยอยากเอาสิ่งที่เรียนรู้มาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะจองที่พักริมทะเลรอบหน้า จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

    1. ดูรูปให้ครบ ไม่ใช่แค่รูปหน้าปก

    เว็บจองที่พักส่วนใหญ่มักจะเอารูปที่สวยที่สุดขึ้นก่อนเสมอ ซึ่งบางทีก็เป็นมุมที่ถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้างจนห้องดูใหญ่กว่าความจริง วิธีที่พี่ดีทำทุกครั้งคือเลื่อนดูรูปให้ครบทุกใบ โดยเฉพาะรูปห้องน้ำ รูปมุมมองจากระเบียง และรูปที่ถ่ายจากมุมกว้างของตัวอาคาร เพราะรูปพวกนี้มักจะบอกความจริงมากกว่ารูปหน้าปก

    สังเกตความผิดปกติของจำนวนรูป

    ถ้าที่พักไหนมีรูปน้อยผิดปกติ หรือมีแต่รูปสวยๆ ไม่กี่มุมซ้ำๆ กัน อันนี้ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลย

    2. เช็คระยะห่างจากชายหาดจริงๆ

    คำว่า ติดทะเล หรือ ใกล้หาด ในเว็บจองที่พัก บางทีก็หมายถึงระยะทางที่ต้องเดินหรือขับรถอีกหลายนาทีกว่าจะถึง วิธีเช็คที่แม่นยำกว่าคือเปิดแผนที่ออนไลน์แล้วดูตำแหน่งจริงของที่พักเทียบกับแนวชายหาด ลองวัดระยะทางเป็นเมตรดูเลยจะชัดกว่าคำโฆษณาเยอะ

    สัญญาณเตือนที่ควรระวัง

    ถ้าเจอที่พักที่ตำแหน่งในแผนที่ห่างจากหาดเกิน 500 เมตร แต่ยังบอกว่าติดทะเล อันนี้ให้ระวังไว้ก่อน อาจจะไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้

    3. อ่านรีวิวล่าสุด ไม่ใช่รีวิวเก่า

    ที่พักบางแห่งอาจจะเคยดีมากเมื่อหลายปีก่อน แต่พอเวลาผ่านไปการดูแลอาจจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาด การซ่อมบำรุง หรือแม้แต่การบริการของพนักงาน พี่ดีแนะนำให้กรองรีวิวดูเฉพาะช่วง 3-6 เดือนล่าสุด แล้วสังเกตว่ามีการพูดถึงปัญหาซ้ำๆ กันไหม เช่น แอร์เสียบ่อย น้ำไม่ไหล หรือเสียงดังตอนกลางคืน ถ้าเจอปัญหาเดิมซ้ำหลายรีวิวติดกัน โอกาสที่จะเจอปัญหาเดียวกันก็สูงตาม

    4. เช็คนโยบายยกเลิก/เปลี่ยนวันให้ชัดก่อนกดจอง

    โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่พยากรณ์อากาศไม่แน่นอน การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้เลยอาจจะเสี่ยงเกินไป พี่ดีเลยมักจะเลือกที่พักที่มีตัวเลือกยกเลิกฟรีภายในระยะเวลาหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็เปลี่ยนวันได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมสูงเกินไป เผื่อแผนเปลี่ยนกะทันหันจะได้ไม่เจ็บตัว

    5. ถามเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงให้ครบก่อนตัดสินใจ

    ราคาที่เห็นตอนจองบางทีก็ไม่ใช่ราคาสุดท้าย บางที่พักมีค่าทำความสะอาด ค่าบริการเพิ่มเติม หรือค่าที่จอดรถที่ไม่ได้รวมไว้ตั้งแต่แรก พี่ดีแนะนำให้อ่านรายละเอียดราคาให้ครบก่อนกดจอง หรือถ้าไม่แน่ใจก็ลองทักไปถามทางที่พักตรงๆ เลย จะได้ไม่ต้องมาตกใจตอนเช็คบิล

    จริงๆ แล้วการเช็คทั้ง 5 ข้อนี้ใช้เวลาเพิ่มไม่ถึง 10 นาทีก่อนกดจอง แต่ช่วยลดโอกาสผิดหวังไปได้เยอะมาก ใครกำลังวางแผนทริปทะเลรอบหน้า ลองเอาไปเช็คดูก่อนนะ จะได้ไปเที่ยวแบบสบายใจ ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าที่พักจะตรงปกไหม

  • 5 วิธีเลือกที่เที่ยวหน้าฝนให้ไม่พังทริป

    5 วิธีเลือกที่เที่ยวหน้าฝนให้ไม่พังทริป

    หน้าฝนมาเยือนทีไร หลายคนที่วางแผนทริปไว้ล่วงหน้ามักต้องกลุ้มใจว่าจะเที่ยวได้เต็มที่ไหม กลัวฝนตกแล้วแผนพังทั้งหมด พี่ดีเองก็เจอสถานการณ์แบบนี้บ่อย เลยอยากมาแชร์วิธีเลือกที่เที่ยวในช่วงหน้าฝนให้ยังสนุกได้เต็มที่ ไม่ต้องยกเลิกทริปทั้งหมด

    1. เลือกที่เที่ยวที่มีทั้งกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง

    ทริปหน้าฝนที่ปลอดภัยที่สุดคือทริปที่มีทางเลือกสำรอง ถ้าจุดหมายที่เลือกมีทั้งกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเดินป่าหรือเที่ยวน้ำตก และมีกิจกรรมในร่มอย่างพิพิธภัณฑ์หรือคาเฟ่บรรยากาศดีให้เลือกด้วย ต่อให้ฝนตกกะทันหันก็ยังปรับแผนได้ ไม่ต้องเสียเที่ยวทั้งวัน

    2. เช็คสภาพถนนและเส้นทางก่อนออกเดินทาง

    บางเส้นทางในต่างจังหวัดอาจมีปัญหาดินสไลด์หรือน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝน ก่อนออกเดินทางควรเช็คข่าวสภาพอากาศและสภาพถนนล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นเขาหรือเส้นทางที่ต้องข้ามลำธาร

    จุดที่มักมีปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก

    ลองสอบถามคนในพื้นที่หรือดูรีวิวล่าสุดของนักเดินทางคนอื่นว่าเส้นทางที่จะไปมีจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังบ่อยไหม ถ้ามีให้เผื่อเส้นทางสำรองไว้เสมอ

    3. วางแผนเผื่อเวลาให้มากกว่าปกติ

    หน้าฝนการเดินทางมักช้ากว่าปกติ ทั้งจากรถติดและถนนลื่น พี่ดีแนะนำให้เผื่อเวลาการเดินทางเพิ่มอีกอย่างน้อย 30-45 นาทีต่อทริป จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเสี่ยงอันตราย

    4. เตรียมของใช้จำเป็นสำหรับหน้าฝนติดกระเป๋าไว้เสมอ

    ร่มพับ เสื้อกันฝนบางเบา ถุงกันน้ำสำหรับใส่มือถือและกล้อง รองเท้าที่ลุยน้ำได้ เป็นของที่ควรมีติดกระเป๋าตลอดทริปหน้าฝน จะได้อุ่นใจไม่ว่าฝนจะตกตอนไหน

    5. เลือกที่พักที่มีพื้นที่ส่วนกลางในร่มดีๆ

    ถ้าที่พักมีพื้นที่นั่งเล่นในร่ม ระเบียงมีหลังคา หรือมุมคาเฟ่เล็กๆ จะช่วยให้วันที่ฝนตกทั้งวันไม่น่าเบื่อจนเกินไป ได้นั่งชิลชมวิวฝนแทนการเที่ยวกลางแจ้ง

    สรุปแล้วทริปหน้าฝนไม่จำเป็นต้องยกเลิกเสมอไป แค่วางแผนให้รอบคอบขึ้นอีกนิด เผื่อทางเลือกสำรองไว้ และเตรียมของให้พร้อม ก็ยังเที่ยวได้สนุกไม่แพ้หน้าอื่นๆ เลย